หน้าแรก
แบบฟอร์มสัญญา
บทความกฎหมาย
 

การครอบครองปรปักษ์...ทรัพย์ของผู้อื่น

 

 

ทุกวันนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นมากมายเพราะคนไร้จริยธรรมมากขึ้น ทำผิดศีลธรรม

ตามโลกาภิวัตน์ที่ไม่ดีของอนารยประเทศ ปัญหาเรื่องที่ดินของมูลนิธิพระพยอม วัดสวนแก้ว

กำลังเป็นปัญหาอยู่นั้น ทุกอย่างเกิดแต่เหตุทั้งนั้น การครอบครองปรปักษ์

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้กฎหมายจะมิได้บัญญัติว่าต้องมีความสุจริตก็ตาม

แต่รูปการ พฤติการณ์ การกระทำ ประกอบแล้ว

ผู้กระทำต้องสุจริตด้วยเพราะถ้าแย่งเอาทรัพย์สินของผู้อื่นโดยตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น

ย่อมผิดศีลธรรม จริยธรรม ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ก็อาจจะมีความผิดฐานลักทรัพย์

ยักยอก หรือฉ้อโกง ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ก็อาจมีความผิดฐานบุกรุก ฉ้อโกง ฯลฯ ได้เช่นกัน จึงต้องปรับด้วยเรื่องทรัพย์สินอันได้มาโดยการกระทำความผิด

ตามมาตรา 1388 มิใช่มาตรา 1382 แต่เพียงอย่างเดียวหรือถ้าเป็นการซื้อขาย

แลกเปลี่ยน หรือให้ โดยผู้รับโอนรู้ว่าผู้โอนไม่มีอำนาจโอนให้ตน

จะอ้างว่าตนครอบครองปรปักษ์ เพื่อใช้ยันเจ้าของผู้มิได้รู้เห็นมิได้ (ผู้เขียนขออ้างคำสอนของศาสตราจารย์บัญญัติ สุชีวะ ปรมาจารย์ทางกฎหมายซึ่งได้บรรยายในคำสอนวชาทรัพย์)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 บัญญัติว่า

บุคคลใดครอบครองทรัพย์สิน

ของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของ

-ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกัน เป็นเวลาสิบปี

- ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกัน

เป็นเวลาห้าปีท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

จะเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีคำว่า การครอบครองต้องครอบครองโดยสุจริต

แต่ถ้าตีความกฎหมายให้มีความเป็นธรรม โดยใช้หลักธรรมเป็นที่ตั้งแล้วนั้น

ผู้ที่จะได้กรรมสิทธิ์ จากการครอบครองต้องมีความสุจริตเป็นที่ตั้ง

ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5

บัญญัติว่าในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี

บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต

ที่จะมาใช้สิทธิในทางศาลต้องมาด้วยมือสะอาดนั้นก็หมายความว่า

กรรมสิทธิ์ที่ได้มานั้นจะต้องได้มาจากความสุจริต มิใช่ได้มาโดยไม่ชอบ

มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นว่ากฎหมายสนับสนุนให้บุคคลทำผิดศีลธรรม ผิดจริยธรรมเที่ยวไปบุกรุก

ฉ้อโกง ฯลฯ ผู้อื่น ตัวอย่างเช่นนายแดง เห็นว่าที่ดินมีโฉนดของนายดำอยู่ใกล้บ้านของตน

และนายดำไม่ได้มาดูแลระวังที่ดิน นายแดงจึงเข้าไปใช้ประโยชน์

ในที่ดินของนายดำโดยการปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัย ทำสวนผลไม้

และกระทำโดยเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของโดยนายดำไม่รู้

หรือขัดขวางดังกล่าวจะถือว่านายแดงครอบครองที่ดินโดยสงบ

จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไป 10 กว่าปีนายแดงได้มายื่นคำร้อง

ต่อศาลว่าตนได้กรรมสิทธิโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

ดังนี้จะเห็นว่าการยื่นคำร้องต่อศาลของนายแดงดังกล่าวนั้นขาดเจตนาสุจริต เพราะการครอบครองที่ดินนั้น

นายแดงได้เจตนาบุกรุกที่ดิน ของนายดำ ซึ่งเป็นความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362

ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น ทั้งหมด

หรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง

อสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อนายแดงบุกรุกที่ดินของนายดำ อันเป็นความผิดอาญา

จึงต้องปรับเข้ากับเรื่องทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา

1383 ซึ่งบัญญัติว่า ทรัพย์สินอันได้มาโดยการกระทำความผิดนั้นท่านว่าผู้กระทำผิด

หรือผู้รับโอนไม่สุจริตจะได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความก็ต่อเมื่อพ้นกำหนดอายุความอาญา

หรือพ้นเวลาที่กำหนดไว้ในมาตราก่อน ถ้ากำหนดไหนยาวกว่าท่านให้ใช้กำหนดนั้น อย่างไรก็ตาม

ความผิดอาญาฐานบุกรุกนั้นความผิดยังคงดำเนินอยู่ตลอด

ยังถือว่าตราบใดที่นายแดงยังครอบครองที่ดินของนายดำโดยไม่สุจริตอยู่จึงยังถือว่านายแดงบุกรุกอยู่ตลอดเวลา

อายุความยังไม่เริ่มนับเพราะถือว่าเป็นความผิดต่อเนื่องตลอดจนกว่านายแดงจะหยุดบุกรุกที่ดินของนายดำ

คือออกจากที่ดินของนายดำไป การที่นายแดงครอบครองที่ดินของนายดำอยู่จนถึงวันที่มายื่นคำร้อง แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม นายแดงยังบุกรุกอยู่จนวันยื่นคำร้อง เมื่อมายื่นคำร้องในขณะที่ตนไม่สุจริตเพราะการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 362 โดยตลอดมา นายแดงย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตนครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 เรื่องนี้เปรียบเทียบได้กับความผิดฐานละเมิดในทางแพ่ง ซึ่งตราบใดที่ผู้กระทำความผิดฐานละเมิดยังคงกระทำความผิดต่อเนื่องไม่หยุด จะเห็นว่ากฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองผู้สุจริต ไม่มีทางที่กฎหมายจะสอนให้คนผิดศีลธรรม ไม่มีจริยธรรม ในทางกลับกัน ถ้านายดำได้บอกยกที่ดินให้กับนายแดงด้วยวาจาเท่านั้นโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าพนักงาน

เมื่อนายแดงเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ และปลูกบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินดังกล่าว โดยสงบเปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ

เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 10 ปี เป็นการกระทำโดยสุจริตนายแดงมายื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ต่อศาล นายแดงย่อมได้กรรมสิทธิ์ เพราะนายแดงครอบครองทรัพย์โดยสุจริต ซึ่งตรงกับคำพิพากษาฎีกาที่ 2251/2538 ที่ว่า แม้การที่บิดาโจทก์ยกที่พิพาทให้โจทก์ โดยมิได้จดทะเบียนการให้ตามกฎหมายทำให้เป็นโมฆะก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทมานับตั้งแต่บิดาโจทก์ยกที่พิพาท

ให้โดยความสงบและเปิดเผยตัว ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งเป็นการวินิจฉัยสอดคล้องกับหลักศีลธรรมแล้ว

ปัจจุบันที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีเจ้าของและมีราคาแพง ไม่เหมือนกับเมื่อ 50-100 ปีก่อน

ซึ่งสมัยก่อนนั้นที่ดินรกร้างว่างเปล่ามีมากมายที่ไม่มีใครจับจองเป็นเจ้าของ กฎหมายจึงให้สิทธิผู้ที่ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวมาฟรีๆ แต่ปัจจุบันนี้แตกต่างกับสมัยก่อนมาก

เพราะกว่าคนคนหนึ่งจะซื้อที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนนั้น ต้องใช้เงินมากมาย จึงไม่ควรให้บุคคลที่ไม่สุจริต และฉวยโอกาสในขณะที่เจ้าของเผอเรอกับทรัพย์ของตนเองแล้ว เข้าครอบครองบุกรุก

อ้างครอบครองปรปักษ์เพื่อต้องการทรัพย์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของตน ถือเป็นการแย่งการครอบครองที่มีเจตนาไม่สุจริต

มีพฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรม ผิดศีลธรรม จึงไม่ควรที่จะได้กรรมสิทธิ์ คนไทยเป็นผู้มีจริยธรรมจึงไม่ควรสนับสนุนบุคคล ที่ไม่สุจริตมีพฤติกรรมผิดศีลธรรม ดังปัญหาการซื้อที่ดินของมูลนิธิวัดสวนแก้วที่เกิดขึ้นย่อมเป็นตัวอย่างแก่สังคมไทย พึงระมัดระวังในผลการกระทำ

ของทุกๆฝ่าย สังคมไทยต้องพึ่งธรรมะเป็นใหญ่

ที่มา : กระบี่ข้างศาล

กลับหน้าแรก - - - >>

Copyright 2011 W&K GROUP LAW OFFICE All Rights Reserved.
E-mail : wandkgroup@gmail.com , ,wilaiwan@wandkgroup.com
Tel : 081-430-5299 Fax : 02-727-8864